คำถาม
 
ผ่านจากช่วงดองบล๊อกสองสัปดาห์มาได้ห้าวันกับสองเอ็นทรี่
คุณเห็นอะไรในบล๊อก....?
 
 
"เห็นเจ้าของบล๊อกไปตัดผมมาแล้วเอามาโชว์"
 
"เห็นหน้ามันแบบเต็มๆ"
 
"เห็นธีมเปลี่ยนนิดหน่อยนะ"
 
"เห็นมันรั่วเหมือนเดิม"
 
"เห็นอะไรก็ไม่รู้"
 (อันนี้รู้อะไรบ้างก็ดีนะครับ = =)
 
 
และเห็นอะไรอื่นๆ อีกมากมาย.......
 
 
 
 
 
 
และสิ่งที่อยากจะพูดในวันนี้คือ "ความเปลี่ยนแปลง" ครับ
 
สิ่งที่ผมได้พูดไว้เมื่อสองเอ็นทรีก่อน คือได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างให้กับชีวิตของตัวผมเอง เช่น การเลิกเล่นเกม facebook  แต่วันนี้อยากจะออกมาพูด ถึงส่วนยิบย่อยของมัน.........
 
และคิดว่าหลายๆคนก็คงเอาใช้ได้ด้วย
 
 
 
 
 
 
###สิ่งสำคัญของการเปลี่ยนแปลง###
##แยกแยะตามหลัก Algorithm##
#(เลยทีเดียว)#
 
 
1. เปลี่ยนขึ้น
 
แน่นอนว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น
คงไม่มีใครอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เลวลง แม้จะเป็นการถูกหักอกมาก็นับรวมด้วยนะครับ
ยกตัวอย่างเช่น
 
เด็กชายA ถูก เด็กหญิงBทิ้ง จึงโศกเศร้าเสียใจเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นไอ้ขี้เหล้า
เพียงเพื่ออยากจะลบเด็กหญิงBออกไปและหวังว่าให้เธอเห็นว่าเขาเสียใจแค่ไหน
 
PAUSE ไว้ตรงนี้ก่อนครับ
เราจะมาแยกแยะถึงความต้องการของเด็กชายAกัน
 
อยากจะลบเด็กหญิงBออกไป
-ประเด็นนี้คือเขาต้องการที่จะลบสิ่งที่ทำให้เขาเศร้าออกไป จึงถือว่า "+"
 
และ
 
ให้เธอเห็นว่าเขาเสียใจแค่ไหน
-ส่วนประเด็นนี้คือเขายังมีความหวังให้เธอหันมามอง ถึงแม้ว่าการมองนั้นจะเป็นการมองเขาในด้านลบก็ตาม
-เมื่อเด็กหญิงBทราบว่าเด็กชายA กลายเป็นไอ้ขี้เหล้าเพราะเธอ เธอก็จะรู้สึกผิดขึ้นมาทันที
-และเมื่อเด็กชายA เห็นว่าเด็กหญิงB รู้สึกผิดและเสียใจ เขาจะมีความรู้สึก "ชนะ" ขึ้นมาทันทีอีกเช่นกัน
-และเมื่อเขารู้สึกชนะ เขาก็จะสบายใจขึ้น จึงถือว่า "+" ด้วย
 
จะเห็นว่าการกระทำด้านลบสุดๆ(เปลี่ยนตัวเองเป็นขี้เหล้า)ของเด็กชายA
มี'จุด'มุ่งหมาย(ย้ำว่า'จุด'นะครับ จุดปลายสุดของเหตุผล) ในด้านบวกทั้งสิ้น
 
 
มีตัวอย่างอื่นอีกก็เช่น การสังหารหมู่ของฆาตกรโรคจิต นั่นก็มีด้านบวกคือเขาทำแล้วเกิดความ"สบายใจ"หรือ"ความสุข"ขึ้นมาขณะสังหารเหยื่อ แต่นั่นจะทำให้ผู้คนรอบข้างเดือดร้อน เราจะยกไปพูดกันต่อในข้อ 4. นะครับ
 
ผลสรุปโดยรวมของข้อนี้ทำให้ประโยคที่กล่าวว่า
"สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ"
ของคุณหมอเทอดศักดิ์ เดชคง เป็นจริง
 
ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า : ไม่ว่าใครก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางบวกทั้งนั้น
(แม้ว่าจะน้อยนิดก็ตามที)
 
 
 
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
 
 
2.ค่อยๆเปลี่ยน
 
 
 
สิ่งสำคัญของข้อนี้คือ "เวลา" ครับ
บางอย่าง"เวลา"นี่แหละครับจะเป็นคนเปลี่ยนมันเอง
 
 เรื่องนี้มันเป็นคอมมอนเซนส์อยู่แล้วว่า บางสิ่งนั้นคนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันในทันทีได้ น้ำแข็งยังต้องค่อยๆละลายถึงจะกลายเป็นน้ำ เราจะเร่งให้มันละลายเร็วก็ได้ แต่เสียพลังงานมากมายไปกับมัน  อย่างผมอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองจากพวกรั่วไปวันๆ ให้กลายเป็นคนสุขุม ครั้นผมจะเปลี่ยนตัวเองทันทีแบบตื่นเช้ามาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่เลยก็คงไม่ได้
เพราะผมไม่ใช่ คลาร์ก เคนท์ ที่วิ่งเข้าตู้โทรศัพท์แล้วกลายเป็นไอ้กล้ามกางเกงในแดง ผมจึง'ค่อยๆ'เปลี่ยนตัวเองทีละหน่อย เปลี่ยนจากเล่นเกมFBในห้องเรียนเป็นนั่งอ่านหนังสือ เปลี่ยนลักษณะภายนอกนิดๆหน่อยๆ ให้ชาวบ้านรู้สึกเอะใจว่าเรา"เปลี่ยน" แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนทันทีนะครับ อย่างเกมนี่จะให้หักดิบเลยรับรองคงได้ขาดใจตายเป็นแน่แท้
 
ถ้าเลื่อน Page ขึ้นไปจนสุด จะเห็นคำนี้ครับ
 

Do not be afraid of going slowly, be afraid only of standing still

อย่ากลัวที่จะก้าวไปช้า ๆ แต่จงกลัวที่จะอยู่นิ่งเฉย
 
 
 
 
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
 
 
3.อย่าเพิ่งแพ้
ไม่ใช่ไม่ให้ยอมแพ้ แต่อย่าเพิ่งคิดจะแพ้ทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้
(*ให้มีเป้า) (**ทั้งสองเพศ)
 
 บางคนอยากเหลือเกินที่จะลดน้ำหนัก อยากจะไปวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะแบบหลายๆคน แต่พอไปวิ่งแล้วก็ไม่ไหว ฝืนร่างกายตัวเองไม่ได้ เหนื่อย ไม่มีเวลา(เหตุผลจากข้อ2.) แล้วก็ล้มเลิกไป  ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่ผิด ถ้าเราคิดว่าการออกกำลังกายต้องใส่ชุดวอร์ม+มีเวลาซักชั่วโมง นั่นก็ผิดอีกครับ จริงๆแค่เราขยับตัวให้มากขึ้นในหนึ่งวันก็พอแล้ว
 
วิธีขยับร่างกายแบบทั่วไปก็มีให้อ่านในบล๊อกอื่นๆเยอะแล้ว ขอแนะนำเฉพาะวิธีแนวๆก็พอเนอะ เช่น ลองเดินด้วยปลายเท้าดู (เคล็ดลับสมัยชมรม/เมื่อยมาก.อย่าดีกว่าครับ) การจัดโต๊ะทำงานให้ของไปอยู่ตามมุมต่างๆก็ช่วยได้นะครับ ทำให้เวลาเราหยิบของเราต้องยืดมือไปสุดปลายแขน ได้ออกแรงเยอะขึ้น แต่ถ้ามันทำให้เราทำงานลำบากกว่าเดิมก็ไม่ต้องใช้เถอะครับ อีกวิธีสำหรับคนมีเวลาคือ "เดิน" ครับ เวลาจะไปไหนซักที่ หาหมวกหาเสื้อแขนยาวใส่กันพระอาทิตย์เลียแล้วลุยโลด  (เชื่อรึเปล่าว่าผมเคยเดินจากบ้านไปเซนทรัล) อ้อ! หาเพื่อนร่วมลุยที่มีเป้าหมายเดียวกันไปซักคนสองคนก็ดีนะครับ จะได้ไม่เบื่อไม่ท้อกันง่ายๆ
 
อีกตัวอย่างของการตั้งเป้าคือ การจะทำให้บล๊อกนี้ดูมีสาระขึ้นมาบ้าง
ซึ่งเคยทำมาแล้ว .....และFAILไปแล้ว ดังเช่น เอ็นทรี่นี้
และแม้ว่ามันจะ FAIL ไปแล้วก็ตาม ผมก็ยังหวังว่าซักวันมันจะ WIN ขึ้นมาได้
 
 
แล้วคุณล่ะครับ มี 'เป้า' ของวันนี้,พรุ่งนี้,สัปดาห์นี้,เดือนนี้,ปีนี้,ชีวิตนี้แล้วรึยัง?
 
 
 
 
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
 
 
4.ไม่เฮิร์ท
Hurt :[N] การทำร้าย,[ADJ] ซึ่งเจ็บปวด,[VI] ทำให้เจ็บปวด,ทำให้เสียใจ
 

 
จุดประสงค์ของมันคือ ไม่ทำให้ตัวเองเฮิร์ท(Hurt) และไม่ทำให้คนอื่นเฮิร์ทครับ
ตัวอย่างเช่น (ตัวอย่างเดิมนะครับ)ถ้าผมเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เพื่อนๆของผมก็จะตกใจอย่างแน่นอน จากเดิมที่เคยเล่นมุกบั่นทอนปัญญาอยู่เป็นนิจก็กลับไม่เล่น และตอบกลับไปว่า "พวกนายนี่ช่างไร้สาระจริงๆ" นอกจากจะทำให้เพื่อนช๊อกตายได้แล้ว ยังลำบากใจตัวเองอีกด้วย สรุปว่าเฮิร์ทคู่ครับ
 
ความเฮิร์ทของเด็กชายAที่ทำให้เขาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นไอ้ขี้เหล้านั้นนอกจากจะทำให้เด็กหญิงBเฮิร์ททางจิตใจแล้ว ด้วยพิษสุรานั้นอาจจะทำให้เด็กชายAเฮิร์ททางร่างกายด้วย (อันนี้เรียกเฮิร์ทสองต่อ)
 
และตัวอย่างเดิมอีกอันนะครับ เรื่องการเดินลดน้ำหนัก ถ้าคุณหาเพื่อนไปด้วย แต่เพื่อนที่ว่ามันไม่ได้อยากลดเลย(บังคับเขามาว่างั้นเหอะ)อันนี้รับรอง